site loader
site loader
27/07/2021 กระทรวงมหาดไทย รอหนังสือขอสัญชาติ “โค้ชเช” เผยยินดีดำเนินการทันที

กระทรวงมหาดไทย รอหนังสือขอสัญชาติ “โค้ชเช” เผยยินดีดำเนินการทันที

กระทรวงมหาดไทย รอหนังสือขอสัญชาติ “โค้ชเช” เผยยินดีดำเนินการทันที

หลังจากที่ทำผลงานให้กับ วงการกีฬาเทควันโด ให้กับประเทศไทยยาวนานกว่า 19 ปี ในที่สุดผลงานของ “โค้ชเช” หรือ เช ยอง ซอก ในฐานะ Head Coach ประจำเทควันโดทีมชาติไทย ก็เตรียมตัวที่จะยื่นขอเอกสาร เพื่อ “โอนสัญชาติ” เพื่อเป็น คนไทยอย่างเต็มตัวแล้ว

โดยเมื่อวันที่ 25 ก.ค. นายธนาคม จงจิระ อธิบดีกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงความคืบหน้ากรณีการให้สัญชาติไทยกับโค้ชเช ยอง ซอก หัวหน้าผู้ฝึกสอนเทควันโดทีมชาติไทยว่า

ขณะนี้กรมการปกครองยังไม่ได้รับเอกสารหลักฐาน เรื่องการขอสัญชาติจากโค้ชเชแต่อย่างใด หากมีการยื่นเอกสารหลักฐานเข้ามาอย่างถูกต้อง อาทิ หลักฐานการพักอาศัยอยู่ในเมืองไทย หลักฐานการเสียภาษี ใบอนุญาตทำงาน โดยเฉพาะหนังสือสละสัญชาติของโค้ชเช กรมการปกครองก็พร้อมพิจารณาเอกสารหลักฐาน ร่วมทั้งผู้ขอแปลงสัญญชาติประพฤติตนตรงกับ พ.ร.บ. สัญชาติ พ.ศ. 2508 จะดำเนินการตามกฎหมายให้อย่างรวดเร็วที่สุด เนื่องจากเป็นบุคคลที่ทำคุณงามความดีให้กับประเทศไทย คาดว่าไม่มีปัญหาอะไร โค้ชเช ก็จะได้สัญชาติไทยโดยสมบูรณ์แน่นอน

Related Post

ทำชาวเน็ตซึ้ง? จนน้ำตาไหล หนูน้อยเขียนเรียงความวันแม่ แซวแม่เอฟเสื้อเก่ง ติดกล้องวงจรปิดไว้ดูแมว ไม่ได้ดูผม

มาดามแป้ง

ตั้ง ‘มาดามแป้ง’ นั่งผู้จัดการฟุตบอลทีมชาติไทย พร้อมใช้ประสบการณ์กว่า 15 ปี เพื่อพัฒนาทีม

มหิดล

พญ.วัชรา ริ้วไพบูลย์ กล่าวว่า วิทยาลัยราชสุดา มม.มีบทบาทสำคัญในการจัดการเรียนการสอน และสร้างความรู้ความเข้าใจในการให้ความช่วยเหลือคนพิการ

27/07/2021 “น้องเทนนิส” หอบเหรียญทองกลับไทยแล้ว “ชาวภูเก็ต” ร่วมต้อนรับแน่น

“น้องเทนนิส” หอบเหรียญทองกลับไทยแล้ว “ชาวภูเก็ต” ร่วมต้อนรับแน่น

“น้องเทนนิส” หอบเหรียญทองกลับไทยแล้ว “ชาวภูเก็ต” ร่วมต้อนรับแน่น

“น้องเทนนิส” พาณิภัค วงศ์พัฒนกิจ จอมเตะสาวไทยเบอร์ 1 โลกรุ่น 49 กก.หญิงวัย 24 ปี ซึ่งคว้าเหรียญทองประวัติศาสตร์เหรียญแรกให้ทีมเทควันโดไทย และเหรียญแรกให้ทัพนักกีฬาไทย ในโอลิมปิกเกมส์ 2020 พร้อมด้วย “จูเนียร์” รามณรงค์ เสวกวิหารี, “โค้ชเช” เช ยอง ซ็อก เฮดโค้ชชาวเกาหลีใต้ และทีมเทควันโดไทย เดินทางกลับจากญี่ปุ่น ด้วยสายการบินสิงคโปร์ แอร์ไลน์ เที่ยวบิน SQ 726 ถึงสนามบินภูเก็ต เมื่อช่วงเช้าวันที่ 26 กรกฎาคม เวลา 09.25 น. โดยคณะดังกล่าวมี นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมเดินทางกลับมาด้วย

บรรยากาศที่สนามบินนานาชาติภูเก็ต มี ดร.ก้องศักด ยอดมณี ผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) คณะผู้บริหาร, นายสิริชัย วงศ์พัฒนกิจ พ่อของ น้องเทนนิส , “บิ๊กเอ” นายพิมล ศรีวิกรม์ นายกสมาคมกีฬาเทควันโดฯ รวมถึงประชาชน และสื่อมวลชนให้การต้อนรับฮีโร่กลับบ้านเป็นจำนวนมาก

สำหรับ “น้องเทนนิส” และทีมเทควันโดไทย จะเข้าพักในนโยบาย “ภูเก็ต แซนด์บ็อกซ์” ที่โรงแรมโนโวเทล ภูเก็ต ซิตี้ โภคีธรา สุดหรูระดับ 5 ดาว นอกจากนี้การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ได้จัดให้มีขบวนแห่ฉลองเหรียญทองโอลิมปิกเกมส์ให้กับน้องเทนนิสที่ภูเก็ต ภายใต้มาตรการการเฝ้าระวังที่เข้มงวด เนื่องจากยังจะต้องรอผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ของน้องเทนนิส และทีมงาน 12 ชั่วโมงหลังจากเดินทางกลับถึงไทย รวมทั้งเตรียมที่จะจัดงานเลี้ยงต้อนรับนักกีฬาไทยชุดโอลิมปิกเกมส์ ที่ภูเก็ตด้วย

Related Post

เรียกว่าเป็นปรากฏการณ์สุดมันส์ในวันฮาโลวีนของปีนี้เลย กับ Flex 104.5 x PMCU x DV8 Present “Siam Read more

ชุด PPE

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในตอนนี้ พบผู้ติดเชื้อเพิ่มหลักพันติดต่อกันทุกวัน ซ้ำยังวิกฤติเตียงไม่พอรักษาคนไข้

ผ่านไปแล้วอย่างงดงามกับกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟ “เปามูเคชั่น มูให้ฉ่ำรับพลังกับเปา” ทริปล่องเรือสุดหรูบนแม่น้ำเจ้าพระยา สายน้ำแห่งประวัติศาสตร์ของประเทศไทย ที่แบรนด์ผลิตภัณฑ์ซักผ้า “เปา” จัดขึ้นเพื่อแทนคำขอบคุณแก่ลูกค้า Top Spender Read more

15/07/2021 ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ ตรวจสอบพาดหัวคำเตือนจาก WHO พบบิดเบือนจากความหมาย!!!

ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ ตรวจสอบพาดหัวคำเตือนจาก WHO พบบิดเบือนจากความหมาย!!!

ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ ตรวจสอบพาดหัวคำเตือนจาก WHO พบบิดเบือนจากความหมาย!!!

จากกระแสฮือฮาเรื่อง WHO ออกเตือน ว่าฉีดวัคซีน 2 ยี่ห้อไม่ปลอดภัย ทางนักวิชาการ WHO แจ้งตรวจสอบพบพาดหัว-ตัดต่อเนื้อหาทำเข้าใจผิดตามที่มีการแชร์ข่าวและข้อมูลว่า “WHO เตือนเลี่ยงฉีดวัคซีนผสมสูตร โดยระบุว่าเป็นอันตราย หรือ “dangerous trend” นั้น

ศูนย์ชัวร์ก่อนแชร์ ตรวจสอบพบว่า ข้อความที่รายงานข่าวในประเทศไทยนั้น แปลมาจากข่าวที่รายงานโดยสำนักข่าวรอยเตอร์ ซึ่งพาดหัวว่า “WHO warns against mixing and matching COVID vaccines” ซึ่งเผยแพร่เมื่อ 00.40 น. 13 ก.ค. 64 ตามเวลาในประเทศไทย โดยมีข้อความบางส่วนจากคำพูดของ Dr.Soumya Swaminathan หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ องค์การอนามัยโลกท่านดังกล่าว ได้แก่ “It’s a little bit of a dangerous trend here. We are in a data-free, evidence-free zone as far as mix and match,”และ”It will be a chaotic situation in countries if citizens start deciding when and who will be taking a second, a third and a fourth dose.”

(ข่าวต้นฉบับ] https://www.reuters.com/…/status/1414640744762073089)

อย่างไรก็ตาม หลังจากที่ข่าวเผยแพร่ออกไป เมื่อเวลา 01.44 น. 13 ก.ค. 64 หัวหน้านักวิทยาศาสตร์ องค์การอนามัยโลกท่านนั้น ได้เขียนข้อความบนบัญชีทวิตเตอร์ส่วนตัว โดยอ้างอิงข่าวดังกล่าว โดยอธิบายเพิ่มเติมว่า “บุคคลทั่วไป ไม่ควรตัดสินใจด้วยตัวเอง แต่ควรเป็นหน่วยงานสาธารณสุขตัดสินใจบนฐานของข้อมูลที่มี…”

(ข่าวต้นฉบับ) “Individuals should not decide for themselves, public health agencies can, based on available data. Data from mix and match studies of different vaccines are awaited – immunogenicity and safety both need to be evaluated” https://twitter.com/doctors…/status/1414657053180809224…

นอกจากนั้น Dr.Soumya ยังรีทวิตและแสดงความขอบคุณ Menaka Pai แพทย์นักวิชาการอีกท่านหนึ่ง ที่เขียนทวีตว่า พาดหัวข่าวเรื่องที่ออกมาเตือนการผสมวัคซีนนั้น เป็นการพาดหัวที่ทำให้เข้าใจผิด เช่นข้อความที่แปลได้ว่า

“Dr.Soumya ต้องการเตือนไม่ให้บุคคลทั่วไป ‘ช็อปปิ้งวัคซีน’ ด้วยตัวเอง โดยไม่อยู่ภายใต้การดูแลของหน่วยงานสาธารณสุข (รวมทั้งการตัดสินใจฉีดโดส 3 หรือ 4 เอง)” “เธอไม่ได้บอกว่า นโยบายวัคซีนของแต่ละประเทศเป็นอันตราย”

(https://twitter.com/mpaimd/status/1414670469312172033…)

ดังนั้น ข้อความที่อยู่บนพาดหัวข่าว และมีการนำมารายงานต่อกันนั้น จึงไม่สอดคล้องตรงกับบริบทและจุดมุ่งหมายของผู้ที่กล่าวข้อความแต่อย่างใด

ส่วนแนวทางการ Mix & Match สลับวัคซีนนั้น มีข้อมูลการดำเนินการศึกษาและส่งเสริมในบางประเทศ เช่น แคนาดา https://www.cp24.com/…/canadian-health-officials-defend… รวมทั้งล่าสุดในประเทศไทย

Related Post
ทางด่วน

นับถอยหลังเข้าสู่เทศกาลสงกรานต์ที่ทุกคนรอคอย บางครอบครัวมีแพลนเพื่อเดินทางไปเที่ยว Flex เลยขอเอาข้อมูลเรื่องการเดินทางมาฝากกัน

ล่าสุด คุณตัน ภาสกรนที นอกเหนือจากที่ช่วยเหลือประชาชนคนไทยมาในทุกวิกฤตที่ผ่านมาแล้ว ตอนนี้ ยังสละตึกว่างของตัวเองเป็นศูนย์พักคอยผู้ป่วยโควิด

ยิ่งใช้ ยิ่งได้

กระทรวงการคลัง เตรียมเปิดให้ประชาชนผู้สนใจ ลงทะเบียนโครงการ ยิ่งใช้ยิ่งได้ ในวันที่ 21 มิ.ย.2564 ตั้งแต่เวลา 06.00 -22.00 Read more

15/07/2021 ข่าวดี! ไทยวิจัย “ยาฟาวิพิราเวียร์” ได้สำเร็จ ลดการนำเข้า รักษาผู้ป่วยได้เพียงพอ

ข่าวดี! ไทยวิจัย “ยาฟาวิพิราเวียร์” ได้สำเร็จ ลดการนำเข้า รักษาผู้ป่วยได้เพียงพอ

ข่าวดี! ไทยวิจัย “ยาฟาวิพิราเวียร์” ได้สำเร็จ ลดการนำเข้า รักษาผู้ป่วยได้เพียงพอ

เมื่อวันที่ 13 กรกฎาคม น.ส.รัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ติดตาม ความคืบหน้าการวิจัยและพัฒนาการผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ในประเทศ สำหรับต้านไวรัสโควิด-19 ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนตามแผนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจ BCG (Bio-Circula-Green Economy) ของรัฐบาล โดยสำนักงานพัฒนาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งชาติ (สวทช.) รายงานว่า ได้มีการลงนามความร่วมมือระหว่าง สวทช. องค์การเภสัชกรรม (อภ.) และ บริษัท ปตท.

เพื่อร่วมกันวิจัยและพัฒนากระบวนการสังเคราะห์สารตั้งต้น (Active Pharmaceutical Ingredients : API) ของการผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ ความเป็นไปได้ในการผลิตเชิงพาณิชย์ เพี่อสร้างความมั่นคงทางยาให้แก่ประเทศไทย โดยความร่วมมือดังกล่าว มีความคืบหน้าอย่างมาก สามารถสังเคราะห์สารตั้งต้นที่มีความบริสุทธิผ่านเกณฑ์มาตรฐาน และยังเป็นการสังเคราะห์จากสารตั้งต้นที่มีราคาถูกโดยไม่ต้องนำเข้าวัตถุดิบจากต่างประเทศ ซึ่งปัจจุบันต้องมีการนำเข้ามากถึงร้อยละ 95

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ในเดือนกรกฎาคมนี้ ทางองค์การเภสัชกรรมคาดว่า ยาฟาวิพิราเวียร์ที่ได้วิจัยและพัฒนาขึ้นนั้น จะได้รับการขึ้นทะเบียนตำรับยาจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) และจากนั้นจะเป็นการผลิตเชิงพาณิชย์เพื่อให้ผู้ป่วย โควิด-19 เข้าถึงยาอย่างเพียงพอ เมื่อทุกอย่างสำเร็จลุล่วง ประเทศไทยจะสามารถผลิตยาฟาวิพิราเวียร์ในราคาที่ถูกกว่านำเข้าอย่างมาก

น.ส.รัชดา กล่าวว่า ความร่วมมือระหว่าง สวทช. อภ. และ บริษัท ปตท. ด้วยว่า ครอบคลุมตั้งแต่การทดสอบในระดับห้องปฏิบัติการ (Laboratory scale) การถ่ายทอดเทคโนโลยีจนถึงระดับอุตสาหกรรม (Industrial scale) ตลอดจนการศึกษาความเป็นไปได้ในการพัฒนาสารออกฤทธิ์ทางเภสัชกรรม (Feasibility Study) ที่มีศักยภาพในเชิงพาณิชย์

ซึ่งถือเป็นอีกหนึ่งโมเดลความร่วมมือ รัฐ-เอกชน ในการพัฒนาอุตสาหกรรมยา ขณะเดียวกันการพัฒนาวัคซีนป้องกันโรคโควิด-19 โดยนักวิจัยไทยก็มีความก้าวหน้าไปมากเช่นกัน แสดงให้เห็นถึงความสามารถทางด้านการแพทย์และสาธารณสุขของไทย ระยะยาวนำไปสู่การลดการนำเข้า และยังเป็นแนวทางหนึ่งที่ช่วยให้ประเทศก้าวพ้นกับดักรายได้ปานกลาง ซึ่งบุคคลากรมีทั้งความรู้และนำไปต่อยอดเพื่อการผลิตขายต่อไปด้วย

Related Post

ปรากฏการณ์ดวงอาทิตย์ตั้งฉาก พร้อมเช็ค 77 จังหวัดดวงอาทิตย์ตั้งฉากวันไหน ? กรุงเทพมหานคร ครั้งแรกของปี 2565 จะตรงกับวันที่ 27 Read more

วัคซีน

นายรักไทย บูรพ์ภาค ผู้มีส่วนเจรจากับทางสหรัฐอเมริกาจนได้รับบริจาควัคซีนไฟเซอร์ 1.5 ล้านโดส ให้กับไทย

ชุด PPE

สถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด 19 ในตอนนี้ พบผู้ติดเชื้อเพิ่มหลักพันติดต่อกันทุกวัน ซ้ำยังวิกฤติเตียงไม่พอรักษาคนไข้