site loader
site loader
09/07/2021 เปิดเหตุผล ทำไมควรสวมหน้ากาก 2 ชั้น ลดแพร่เชื้อโควิด 19 ได้ดีแค่ไหน ?

เปิดเหตุผล ทำไมควรสวมหน้ากาก 2 ชั้น ลดแพร่เชื้อโควิด 19 ได้ดีแค่ไหน ?

เปิดเหตุผล ทำไมควรสวมหน้ากาก 2 ชั้น ลดแพร่เชื้อโควิด 19 ได้ดีแค่ไหน ?

ข้อมูลจาก WHO และกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ระบุว่า หน้ากากอนามัยปกติสามารถป้องกันเชื้อไวรัสที่มากับละอองฝอยน้ำลายของผู้ป่วยที่ติดเชื้อได้มากถึง 95% แต่ต้องเป็นการสวมหน้ากากที่แนบสนิทไปกับผิวหน้าให้ได้มากที่สุด หากสวมหน้ากากที่หลวม มีช่องว่างระหว่างหน้ากากกับใบหน้าระหว่างสวมใส่ ห่วงคล้องหูหย่อน หรือมีช่องโหว่บริเวณจมูก จะทำให้ประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อไวรัสลดลงเหลือเพียง 41.3% เท่านั้น

การสวมหน้ากากอนามัยให้ได้ประสิทธิภาพในการป้องกันเชื้อโรค คือ การทำให้ขอบหน้ากากแนบสนิทกับใบหน้า ลดช่องว่างระหว่างใบหน้าและหน้ากากให้ได้มากที่สุด โดยเฉพาะบริเวณข้างแก้ม และจมูก

การสวมหน้ากากอนามัยสองชั้น ไม่ได้ต้องการความหนาของชั้นกรองแต่อย่างใด แต่ต้องการให้หน้ากากแนบสนิทกับใบหน้ามากขึ้น ที่ควรทำคือการสวมหน้ากากอนามัยไว้ชั้นแรก จากนั้นสวมทับด้วยหน้ากากผ้า อาจไม่จำเป็นต้องเป็นผ้าที่หนามากก็ได้ แต่สวมเพื่อช่วยให้หน้ากากอนามัยกระชับกับใบหน้า และลดช่องว่างระหว่างใบหน้าและขอบหน้ากากให้ได้มากที่สุด

Related Post

ประกาศที่โพสต์บนเว็บไซต์ของกระทรวงพาณิชย์เมื่อค่ำวานนี้ ได้เรียกร้องให้ "ครอบครัวต่างๆ จัดเก็บของใช้จำเป็นในชีวิตประจำวันจำนวนหนึ่ง

OnlyFans เตรียมแบนเนื้อหาผู้ใหญ่ หลังถูกบริษัทบัตรเครดิตกดดันหนัก

กทม.เปิดให้ "ผู้ป่วยติดเตียง-ผู้สูงอายุ-ผู้ป่วยเปราะบาง" ลงทะเบียนฉีดวัคซีนโควิดที่บ้าน

30/06/2021 แพทย์ แนะหน้ากากผ้าเอาไม่อยู่ แนะรัฐจัดหาหน้ากากอนามัยแจกได้แล้ว

แพทย์ แนะหน้ากากผ้าเอาไม่อยู่ แนะรัฐจัดหาหน้ากากอนามัยแจกได้แล้ว

แพทย์ แนะหน้ากากผ้าเอาไม่อยู่ แนะรัฐจัดหาหน้ากากอนามัยแจกได้แล้ว

สถานการณ์โควิด-19 ยอดผู้ติดเชื้อยังเพิ่มไม่หยุด โดยวันนี้ (28 มิ.ย.) +5397 ราย การติดเชื้อกระจายไปหลายจังหวัด โดยล่าสุด พ.อ.(พิเศษ) นพ.ธนะพันธ์ พิบูลย์บรรณกิจ ที่ปรึกษาแผนกโรคติดเชื้อ โรงพยาบาลพระมงกุฎเกล้า เปิดเผยผ่านเฟซบุ๊ก ถึงสถานการณ์ขณะนี้ว่า ประชาชนทั่วไป ไม่ควรสวมหน้ากากผ้าอีกต่อไปแล้ว โดยระบุว่า “เรื่องบางเรื่องถูกมองข้าม…ทั้งที่อยู่แค่สันจมูก

กลุ่มรอวัคซีนทางเลือก เพื่อฉีดเข็ม 1 และ 2 ต้องทราบว่า กว่าจะได้มาต้องอีกอย่างน้อย 3 เดือน

…ช่วงนี้พวกคุณจะทำอย่างไร?
2. กลุ่มที่ต้องการเข็ม 3 หลังได้วัคซีน (ภาคบังคับ) ครบ 2 เช็ม โดยเฉพาะอย่างยิ่งคุณหมอและบุคลากรทางการแพทย์ ตั้งสตินะครับ เราต้องเป็นตัวอย่างในการ “รอ” ให้ผลการศึกษาชัดเจน และได้รับการรับรองอย่างเป็นทางการ จนเป็น standard recommendation แม้ว่าแนวโน้มขณะนี้ จะ “เชื่อว่า” คงต้องฉีดแน่…ก็เหมือนกัน ถ้าไม่วางใจผลของวัคซีน พวกเราจะทำเช่นไร?

ถ้าไม่ฉีด เพราะไม่เชื่อวัคซีนที่รัฐ (บังคับ) จัดให้ หรือ ฉีดแล้ว แต่ก็ไม่ไว้ใจว่าวัคซีนที่ได้ว่าจะเอาอยู่ ให้ตั้งสติ แล้วย้อนกลับไปถามตัวเองว่า…ที่ผ่านมา รอดจากการติดเชื้อมาได้อย่างไร? เรามัวแต่วุ่นวายกันเรื่องชนิดของวัคซีน และปัญหาเชื้อกลายพันธุ์…จนลืม “concept” เบื้องต้นที่ว่า…ไม่รับเชื้อไม่เป็นโควิด

1.ไม่รับเชื้อโดยซ่อนตัวอยู่แต่ในบ้าน ติดต่องานผ่าน internet…ตุนของไว้กิน..สุดท้ายก็หมด…ก็ต้องออกมาอยู่ดี…ดังนั้นการซ่อนตัว…ไม่ใช่ทางออก
2. ไม่รับเชื้อโดยใส่หน้ากาก ไปทุกที่ …ถ้าล้างมือ ถือระยะห่าง คงปลอดภัยแต่ สิ่งที่ไม่มีใครประชาสัมพันธ์ ให้ประชาชนได้รับทราบคือ…ในวันก่อน ในยามที่รอบตัวมีคนติดเชื้ออยู่ไม่มาก ไปไหนมาไหนด้วยหน้ากากผ้า แม้โดยทฤษฎี จะปัองกันเชื้อออก แต่ไม่กันเชื้อเข้า อาจไม่มีผลกระทบมากนัก…เพราะโอกาสเจอเชื้อ สัมผัสโรคแบบจังๆ คงยาก

แต่วันนี้ สถานการณ์เปลี่ยนไป มองไปทางไหน น่าสงสัยว่าจะมีคนที่มีเชื้ออยู่ ดังนั้น การที่ยังส่งเสริมการใช้หน้ากากผ้า สำหรับประชาชนทั่วไป น่าจะไม่ปลอดภัยเสียแล้ว ข้อเสียอีกประการของหน้ากากผ้า คือ ไม่มีสันโลหะที่ใช้คีบดั้งจมูก ดังนั้นพูดไปหลุดไป อารมณ์เดียวกับใส่ surgical mask แล้วไม่ปรับลวดตรงสันจมูกให้แนบกับใบหน้า…หน้ากากที่ดี ต้องสามารถปรับให้แนบกับหน้าให้มากที่สุด

ดังนั้น รัฐต้องเร่งจัดหา หน้ากากอนามัยในระดับ surgical mask แบบที่แพทย์พยาบาลใส่กัน จำหน่ายในราคาถูกหรือแจกจ่าย พร้อมประชาสัมพันธ์ แนะนำวิธีใช้ที่ถูกต้อง แก่ประชาชนทั่วไปโดยเร็ว อย่างทั่วถึง ไม่ว่าเชื้อจะกลายไปไหน ไม่ว่าวัคซีนตัวไหนจะด้อยค่าลง แต่หน้ากากอนามัย ที่ได้รับการใช้อย่างถูกต้อง ไม่เคยทำให้ผู้ใช้ผิดหวัง…รับรองกันได้ทุกสายพันธุ์ หน้ากากหลุดเมื่อไร เสี่ยงเมื่อนั้น ต่อให้ฉีดวัคซีนมาแล้วก็ตาม ส่วนใหญ่หลุดตอนนั่งทานข้าว หรือ รุมส้มตำด้วยกัน #หลีกเลี่ยงหน้ากากผ้า”

Related Post
Pfizer

นายวิษณุ เครืองาม ให้สัมภาษณ์ก่อนประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) กรณีที่กระทรวงสาธารณสุข เตรียมเสนอสัญญาจัดซื้อวัคซีนไฟเซอร์เข้าหารือในที่ประชุมครม.

รัฐบาลอนุมัติงบกว่า 9.3 พันล้าน จ่ายค่าวัคซีนไฟเซอร์ 20 ล้านโดส หาเพิ่มอีก 10 ล้านโดส

นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รมว.ท่องเที่ยวและกีฬา ระบุว่า นายกรัฐมนตรีไม่ได้ห้ามการจัดกิจกรรมงานลอยกระทงแต่อย่างใด ตามที่สื่อรายงาน