site loader
site loader
04/06/2021 สหรัฐฯ เตรียมแผนแบ่งปันวัคซีนไปยังประเทศอื่นรวมกว่า 80 ล้านโดส หนึ่งในนั้นอาจมี “ไทย”

สหรัฐฯ เตรียมแผนแบ่งปันวัคซีนไปยังประเทศอื่นรวมกว่า 80 ล้านโดส หนึ่งในนั้นอาจมี “ไทย”

สหรัฐฯ เตรียมแผนแบ่งปันวัคซีนไปยังประเทศอื่นรวมกว่า 80 ล้านโดส หนึ่งในนั้นอาจมี “ไทย”

รัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวในแถลงการณ์วันพฤหัสบดีว่ามีแผนที่จะแบ่งปันวัคซีนต้านโควิด-19 จำนวนอย่างน้อย 80 ล้านโดส ให้แก่ประเทศต่างๆ ภายในสิ้นเดือนมิถุนายน และมีชื่อประเทศไทยอยู่ในกลุ่มประเทศผู้รับ

ทำเนียบขาวให้รายละเอียดว่าในชุดแรกจะมีการแบ่งปัน 25 ล้านโดส ซึ่งแยกเป็นประมาณ 19 ล้านโดส ผ่านกลุ่มประเทศที่อยู่ในโครงการร่วมมือทางวัคซีนนานาชาติ โคแวกซ์ ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากองค์การอนามัยโลก

และอีกประมาณ 6 ล้านโดส เป็นการให้ต่อประเทศผู้รับที่เป็น หุ้นส่วน” (partner recipients) และประเทศที่มี “ลำดับความสำคัญต้นๆ” ระดับภูมิภาค (regional priorities) ซึ่งประกอบด้วยเม็กซิโก แคนาดา เกาหลีใต้ อินเดีย เขตเวสต์แบงค์และกาซา ยูเครน โคโซโว เฮติ และอิรัก เป็นต้น นอกจากนั้น ยังมีเจ้าหน้าที่สหประชาชาติที่ทำงาน “ด่านหน้า” อยู่ในกลุ่มผู้รับอีกด้วย

ทั้งนี้ ไทยอยู่ในกลุ่มเแรกที่ได้แบ่งวัคซีนกับประเทศอื่นๆ เกือบ 19 ล้านโดส ในจำนวนนี้สหรัฐฯ จะแบ่งให้ ภูมิภาคเอเชีย ประมาณ 7 ล้านโดส โดยไทยเป็นผู้รับหนึ่งใน 16 ประเทศและเขตแดนในเอเชียตามข้อมูลในแถลงการณ์

เนื่องจากสหรัฐฯ จะแบ่งปันต่อกลุ่มประเทศเหล่านี้ผ่าน “โคแวกซ์” จึงเกิดข้อสงสัยว่าไทย ซึ่งมิได้อยู่ในโครงการโคแวกซ์สำหรับวัคซีนต้านโควิด-19 จะได้รับวัคซีนในลักษณะใด

วีโอเอได้ติดต่อไปยังเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องทั้งฝ่ายไทยและทำเนียบขาว แต่ยังไม่ได้รับคำตอบในเรื่องนี้

ส่วนภูมิภาคอื่นๆ นอกจากเอเชีย ที่จะได้วัคซีนผ่าน “โคแวกซ์” ในกลุ่ม 19 ล้านโดส ประกอบด้วยผู้รับในอเมริกากลางและอเมริกาใต้ ประมาณ 6 ล้านโดส และในแอฟริกาประมาณ 5 ล้านโดส

Related Post
วัคซีน

นายอนุทิน กล่าวว่า มาตรการยาแรงที่ดำเนินการพร้อมกันในพื้นที่ควบคุมสูงสุดและเข้มงวด คือ ห้ามมีการรวมกลุ่มกันเกิน 5 คน ปิดสถานที่เสี่ยง

กระแสแรงแบบไม่มีตกจริงๆ สำหรับคอนเสิร์ตสุดมันส์แห่งปี LEO Presents Flex Aqua Fest ซึ่งหลังจากเปิดให้แฟนๆ ได้เข้ามาลุ้นรับบัตรเข้างานฟรี

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นพ.ทีโดรส อัดฮานอม กีบรีเยซุส ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก กล่าวเรียกร้องให้ประเทศต่างๆ จัดลำดับความสำคัญกับบุคลากรทางสาธารณสุขเป็นลำดับแรก