site loader
site loader
13/10/2021 หนุ่มใส่ “มาสคอตหมี” ขึ้นภูกระดึง เชื่อหายป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย เพราะแรงอธิษฐาน

หนุ่มใส่ “มาสคอตหมี” ขึ้นภูกระดึง เชื่อหายป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย เพราะแรงอธิษฐาน

หนุ่มใส่ “มาสคอตหมี” ขึ้นภูกระดึง เชื่อหายป่วยมะเร็งระยะสุดท้าย เพราะแรงอธิษฐาน

มี “หมี” บนภูกระดึง อ่านแค่นี้อาจจะตกใจ แต่ที่จริงแล้ว เป็นเรื่องน่ารัก สุดฮือฮาที่มีนักท่องเที่ยวที่ขึ้นภูกระดึง จ.เลย แต่คอสตูมสุดจี๊ดด้วยชุดมาสคอตหมี เดินท่องเที่ยวอยู่บนยอดภูกระดึง ผานกแอ่น ผาเหยียบเมฆ และที่อื่นๆ สร้างสีสัน ความสนุกสนาน และฮือฮาให้กับนักท่องเที่ยว

โดยนักท่องเที่ยวที่สวมชุดหมี เป็นข่าวทั่วทุกสำนักเลยทีเดียว ทราบมาว่า ชื่อ คุณเอิร์น เดินทางมาจาก จ.สมุทรสาคร มีแรงบันดาลใจที่จะต้องใส่ชุดหมีเดินขึ้นภูกระดึงมาจากในอดีต ที่เคยป่วยเป็นมะเร็งสมองระยะสุดท้าย หลังมาเที่ยวภูกระดึงแล้วไปกราบไหว้บนบานขอพร อธิษฐานกับองค์พระพุทธเมตตา ขอให้หายป่วยจากโรคมะเร็ง หลังจากกลับบ้านไป ปรากฏว่าอาการป่วยโรคมะเร็งหายเด็ดขาดโดยไม่ทราบสาเหตุ

จากนั้น คุณเอิร์น จึงเดินทางมาภูกระดึงเกือบทุกปี เพราะหลงรักและชอบอากาศที่บริสุทธิ์ ในปีนี้จึงได้ชวนเพื่อนมาเที่ยว 3 วัน 2 คืน โดยใส่ชุดหมีเดินขึ้นภูกระดึงและเดินไปเที่ยวตามสถานที่ต่างๆ จนสร้างความฮือฮาและประทับใจของนักท่องเที่ยว

โดย นายสำเร็จ ภูแสนศรี หัวหน้าอุทยานแห่งชาติภูกระดึง เปิดเผยว่า ได้รับรายงานจาก เจ้าหน้าที่บนยอดภูกระดึงว่า มีนักท่องเที่ยวใส่ชุดหมีเดินเที่ยวบนยอดภูกระดึง จึงได้เดินทางมาเห็นด้วยตา พบว่ามีนักท่องเที่ยวมาขอถ่ายรูปกันมากมาย สร้างสีสัน และ สร้างรอยยิ้มที่น่ารักระหว่างนักท่องเที่ยวด้วยกันบนภูกระดึงด้วย

Related Post

21 ตุลาคม 2564 ที่ผ่านมาที่กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข นายแพทย์โอภาส การย์กวินพงศ์ อธิบดีกรมควบคุมโรค แถลงว่า สถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา Read more

คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้เริ่มทำการทดสอบวัคซีนที่ผลิตโดยคนไทย “ChulaCov19” (จุ-ฬา-คอฟ-ไนน์-ทีน)​ เฟสแรกในมนุษย์

‘จี๊บ เทพอาจ กวินอนันต์’ ได้เข้าถือครองธุรกิจค่ายเพลงในชื่อ LOVEiS ENTERTAINMENT 100% ตั้งแต่ปี 2019 ในฐานะ Read more

13/10/2021 ระวัง เคราะห์ซ้ำกรรมซัด!  โควิดทำช้ำ ไม่พอ  ยุคนี้ยังโดนแก็งหลอกเงินทางออนไลน์

ระวัง เคราะห์ซ้ำกรรมซัด! โควิดทำช้ำ ไม่พอ ยุคนี้ยังโดนแก็งหลอกเงินทางออนไลน์

ระวัง เคราะห์ซ้ำกรรมซัด!  โควิดทำช้ำ ไม่พอ  ยุคนี้ยังโดนแก็งหลอกเงินทางออนไลน์

ธนาคารกสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ได้แจ้งเตือนประชาชนให้ระมัดระวังแก๊งหลอกลวงกู้เงินออนไลน์ด้วยบัตรประชาชนใบเดียว เนื่องจากมีกลุ่มมิจฉาชีพได้หลอกลวงโดยการชักชวนให้กู้เงินหลักแสน ผ่านโทรศัพท์มือถือ โดยใช้บัตรประชาชนเพียงใบเดียวจึงขอแนะนำประชาชนให้ระมัดระวังบุคคล, กลุ่มบุคคลมาชักชวนว่าจะช่วยเหลือการกู้เงินจากสถาบันการเงินได้ โดยใช้บัตรประชาชนใบเดียว และให้สแกนใบหน้าเพื่อยืนยันตัวตน โดยมิจฉาชีพจะดาวน์โหลดแอปพลิเคชัน ของสถาบันการเงิน จากนั้นจะเปิดบัญชีออมทรัพย์อิเล็กทรอนิกส์ เพื่อรอรับเงินกู้ และขอกู้เงินจากสถาบันการเงิน ในนามประชาชนผ่านโทรศัพท์มือถือ เมื่อได้รับอนุมัติสินเชื่อแล้ว ก็จะโอนเงินเข้าบัญชีของผู้กู้ (คือประชาชน) ที่มิจฉาชีพหรือคนร้ายเป็นผู้เปิดบัญชี แล้วจะยักยอกเงินกู้เป็นของตนเอง ซึ่งประชาชนผู้กู้บางราย อาจได้รับเงินจำนวนเพียงเล็กน้อย หรือบางรายไม่ได้รับเงินเลย แต่ในที่สุดต้องรับภาระเป็นหนี้กับสถาบันการเงิน ตามธุรกรรมกู้เงินที่เกิดขึ้น

น.ส.สิริธิดา พนมวัน ณ อยุธยา ผู้ช่วยผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า โควิด-19 ทำให้เกิดพัฒนาการของเทคโนโลยีที่ก้าวกระโดดในรูปแบบธุรกิจใหม่ๆ และพฤติกรรมผู้บริโภคที่เปลี่ยนไป ทำให้ระบบการเงินของไทย หันมาใช้ระบบการเงินออนไลน์และดิจิทัลมากขึ้น ล่าสุดยอดการโอนเงินผ่านระบบพร้อมเพย์ต่อวัน เฉลี่ยอยู่ที่ 28 ล้านรายการต่อวัน และในวันที่สูงสุดยอดการใช้จ่ายสูงกว่า 30 ล้านรายการต่อวัน ขณะที่มีการปล่อยสินเชื่อดิจิทัล หรือสินเชื่อที่สมัครและอนุมัติผ่านระบบออนไลน์ วงเงินไม่เกิน 40,000 บาทต่อราย ตั้งแต่ต้นปีนี้ถึงเดือน ส.ค.มีจำนวนรวม 2,823 ล้านบาท และขณะนี้มีการหลอกลวงประชาชนผ่านช่องทางออนไลน์ในรูปแบบอื่นๆ และเอสเอ็มเอส (SMS) ถึงประชาชนเพื่อให้คลิกลิงก์เพื่อรับเงินฟรี หรือให้สินเชื่อ ธปท.ได้หารือกับสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการ

 

Related Post
พอส

(6 ก.ค.64) ได้มีพิธีเคลื่อนขบวน ร่างน้องพอส อย่างสมเกียรติ โดยมีอาสากู้ภัยหลายทีมมาร่วมในขบวนด้วย

สุนิสา ลี

สุนิสา ลี ก็ร่วมทีมชาติสหรัฐฯ คว้าเหรียญเงินกลับไปกอดได้สำเร็จ โดยทีมชาติสหรัฐแชมป์เก่า 2 สมัยซ้อนที่ ลี ร่วมทีม ทำคะแนนรวม Read more

หน้ากากอนามัย

WHO ระบุว่า หน้ากากอนามัยปกติสามารถป้องกันเชื้อไวรัสที่มากับละอองฝอยน้ำลายของผู้ป่วยที่ติดเชื้อได้มากถึง 95%

12/10/2021 ข่าวดี อังกฤษถอด 47 ประเทศออกจากลิสต์ประเทศอันตราย คลายมาตรการกักตัวโควิด หนึ่งในนั้นคือ ประเทศไทย

ข่าวดี อังกฤษถอด 47 ประเทศออกจากลิสต์ประเทศอันตราย คลายมาตรการกักตัวโควิด หนึ่งในนั้นคือ ประเทศไทย

ข่าวดี อังกฤษถอด 47 ประเทศออกจากลิสต์ประเทศอันตราย คลายมาตรการกักตัวโควิด หนึ่งในนั้นคือ ประเทศไทย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคมอังกฤษ แกรนท์ แชปส์ กล่าวในวันพฤหัสบดีว่า จะถอดชื่อ 47 ประเทศออกจากบัญชีรายชื่อประเทศอันตรายที่ยังคงมีอัตราการระบาดในระดับสูง หรือ red list โดยจะเหลือเพียง 7 ประเทศที่ยังคงอยู่ในรายชื่อและต้องใช้มาตรการกักตัวในโรงแรม 10 วันต่อไป รวมทั้งโคลอมเบีย เอกัวดอร์ ปานามา และเวเนซุเอลา

สำหรับผู้ที่มาจาก 47 ประเทศที่ถูกถอดชื่อออกจาก red list นั้น ไม่จำเป็นต้องกักตัว 10 วันอีกต่อไป หากว่าได้รับวัคซีนครบโดสแล้ว ซึ่งเป็นวัคซีนที่ผ่านการรับรองของรัฐบาลอังกฤษ และแสดงผลตรวจโควิดเป็นลบประกอบด้วย

ปัจจุบัน วัคซีนที่ผ่านการรับรองของรัฐบาลอังกฤษมีอยู่ 4 บริษัท คือ แอสตราเซเนกา (AstraZeneca) ไฟเซอร์-ไบโอเอ็นเทค (Pfizer-BioNTech) โมเดอร์นา (Moderna) และ จอห์นสันแอนด์จอห์นสัน (Johnson & Johnson)

รัฐมนตรีแชปส์ กล่าวว่า การสร้างความเชื่อมันให้นักท่องเที่ยวคือปัจจัยสำคัญในการฟื้นฟูเศรษฐกิจอังกฤษ ซึ่งการลดข้อจำกัดต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชนสามารถเดินทางเข้าออกประเทศได้สะดวกขึ้นนั้น จะช่วยให้อังกฤษเดินหน้าฟื้นฟูเศรษฐกิจได้อย่างปลอดภัย

ทั้งนี้ มาตรการใหม่นี้จะเริ่มมีผลบังคับใช้ในวันจันทร์ที่ 11 ตุลาคมนี้เป็นต้นไป

 

Related Post

ต้อนรับเดือนแห่งความรักด้วยการเปย์ความสุข ให้ทุกคนได้มาเติม BABE แบบจัดหนักจัดเต็มในทุกโมเมนท์ความรู้สึก ไม่ว่าคุณจะมีคู่ โสด เหงา อินเลิฟ หรือไม่มีสเตตัส ก็จะได้หัวใจอิ่มจนล้นจนป่อง Read more

เรื่องน่ารักในโลกออนไลน์มาอีกแล้ว ครั้งนี้เป็นของ ผู้ใช้เฟซบุ๊ก Thiti Sawatdee ซึ่งเป็นพนักงานส่งอาหารเดลิเวอรี่

แอสตร้าฯ เร่งส่ง 61 ล้านโดส

นายกฯ โล่ง แอสตร้าฯ เร่งส่ง 61 ล้านโดสในปีนี้ พร้อมปีหน้าเตรียมสั่งสูตรใหม่อีก 60 ล้านโดส

12/10/2021 โฆษก รบ. เชื่อ “เราเที่ยวด้วยกัน” กระตุ้นเศรษฐกิจรับปลายปีนี้แน่นอน

โฆษก รบ. เชื่อ “เราเที่ยวด้วยกัน” กระตุ้นเศรษฐกิจรับปลายปีนี้แน่นอน

โฆษก รบ. เชื่อ “เราเที่ยวด้วยกัน” กระตุ้นเศรษฐกิจรับปลายปีนี้แน่นอน

นายธนกร วังบุญคงชนะ โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยถึง โครงการ เราเที่ยวด้วยกัน เฟส 3 พร้อมเปิดให้ประชาชนจองโรงแรม-ที่พักแล้ว หลังจากมีการเปิดลงทะเบียนเมื่อวันที่ 24 ก.ย. ที่ผ่านมา จำนวน 2 ล้านสิทธิ โดยประชาชนสามารถจองโรงแรม-ที่พักได้ตั้งแต่วันที่ 8 ต.ค. – 23 ต.ค. 2564 เข้าพักได้ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค. 2564 เป็นต้นไป และจะสิ้นสุดโครงการวันที่ 31 ม.ค. 2565

โดยโครงการเราเที่ยวด้วยกัน รัฐบาลจะสนับสนุนค่าโรงแรม 40% ของราคาที่พักต่อห้องต่อคืนทั้งนี้ไม่เกิน 3,000 บาท ต่อห้องต่อคืน จำกัดสิทธิคนละไม่เกิน 15 ห้อง หรือ 15 คืน พร้อมสนับสนุนส่วนลด e-voucher คูปองอาหาร/ท่องเที่ยวมูลค่า 600 บาทต่อห้องต่อคืน เมื่อเข้าพัก Check-In ที่โรงแรม โดยคูปองอาหาร/ท่องเที่ยว สามารถใช้ได้ที่ร้านอาหารและสถานที่ท่องเที่ยวที่ร่วมโครงการ ประชาชนชำระ 60%และรัฐบาลสนับสนุนอีก 40% ผ่านการตัดเงินจากคูปอง ทั้งนี้ รัฐบาลยังสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน 2 สิทธิผู้โดยสาร ต่อ 1 ห้องโรงแรมที่จอง 40% ของราคาค่าตั๋วเครื่องบินแต่ไม่เกิน 2,000 บาท ต่อผู้โดยสาร พร้อมมีสิทธิเพิ่มเติมสนับสนุนค่าตั๋วเครื่องบิน 40% ของราคาตั๋วเครื่องบิน แต่ไม่เกิน 3,000 บาท ต่อผู้โดยสารเมื่อเดินทางท่องเที่ยวไปยัง ภูเก็ต พังงา กระบี่ สุราษฎร์ธานี สงขลา เชียงใหม่ และเชียงราย อีกด้วย

ส่วนโครงการทัวร์เที่ยวไทย มีบริษัททัวร์สมัครลงทะเบียนเพิ่มขึ้น 366 ราย (ข้อมูล ณ วันที่ 28 กันยายน 2564) โดยประชาชนสามารถเริ่มจองแพ็กเกจทัวร์ได้ตั้งแต่วันที่8 ต.ค. 2564 – 31 ม.ค. 2565 ผ่านผู้ประกอบการนำเที่ยวโดยตรง ใช้ได้ 1 สิทธิต่อ 1 คน จองแพ็กเกจก่อนเดินทางล่วงหน้า 7 วัน ซึ่งรัฐบาลจะสนับสนุนค่าแพ็กเกจท่องเที่ยว 40% ไม่เกิน 5,000 บาทต่อสิทธิ จำนวน 1 ล้านสิทธิ

ทั้งนี้ เชื่อมั่นว่าทั้ง 2 โครงการจะกระตุ้นการท่องเที่ยวภายในประเทศในช่วงเทศกาลท่องเที่ยวสิ้นปีต่อเนื่องยาวไปจนถึงต้นปีหน้า รวมถึงตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.นี้จะมีแผนการเปิดพื้นที่ท่องเที่ยวเพิ่มเติมอีกหลายจังหวัด อาทิ กรุงเทพมหานคร ประจวบคีรีขันธ์ เพชรบุรี ชลบุรี เชียงใหม่ เป็นต้น จะดึงเม็ดเงินเข้าสู่อุตสาหกรรมท่องเที่ยวมากขึ้น

Related Post
หมอบุญ

(ก.ล.ต.) แจ้งให้ นายบุญ วนาสิน ชี้แจงข้อมูลเกี่ยวกับการ เซ็นสัญญากับกระทรวงกลาโหมเพื่อนำเข้าวัคซีนไฟเซอร์

วัคซีน

พล.ต.อ.เสรีพิศุทธ์ เตมียเวส กล่าวว่า ส.ส.และส.ว.ฉีดกันไปแล้วตั้ง 2 เข็ม ซึ่งจะให้ฉีดเข็ม 3 อีก ตนก็ไม่เห็นด้วย และมองว่าเห็นแก่ตัวเกินไป

WHO

นักวิชาการ WHO แจ้งตรวจสอบพบพาดหัว-ตัดต่อเนื้อหาทำเข้าใจผิดตามที่มีการแชร์ข่าวและข้อมูลว่า “WHO เตือนเลี่ยงฉีดวัคซีนผสมสูตร"