site loader
site loader
16/03/2026 Three Man Down สร้างตำนานบทใหม่ ยึดสนามศุภชลาศัย  ขนโชว์ระดับปรากฏการณ์ที่ชาวเมืองต้องจดจำ

Three Man Down สร้างตำนานบทใหม่ ยึดสนามศุภชลาศัย ขนโชว์ระดับปรากฏการณ์ที่ชาวเมืองต้องจดจำ

Three Man Down สร้างตำนานบทใหม่ ยึดสนามศุภชลาศัย ขนโชว์ระดับปรากฏการณ์ที่ชาวเมืองต้องจดจำ

 

ผ่านพ้นไปแล้วกับปรากฏการณ์ดนตรีที่ปลุกให้สนามศุภชลาศัยลุกเป็นไฟ! กับคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งที่สองของวง “Three Man Down” วงดนตรีที่ประกอบด้วย “กฤตย์ จีรพัฒนานุวงศ์ (กิต) – ร้องนำ / พีรพล เอี่ยมจำรัส (ตูน) – กีตาร์ / เตธนันท์ วงศ์ปรีชาโชค (เต) – กลอง / วิศรุต ปฐมสิริไพศาล (เส็ง) – ซินธิไซเซอร์” เมื่อวันที่ 7และ 8 มีนาคม 2569 ที่ผ่านมา  งานนี้คือการเดินทางครั้งใหม่ที่วงตั้งใจทำเพื่อแฟนๆ โดยแท้จริง ภายใต้การดูแลของทีม Idea Fact ในเครือ GMM SHOW ที่เนรมิตโปรดักชั่น เวที แสง สี เสียง และกราฟิกบนจอ LED ขนาดมหึมาที่ถูกออกแบบมาเพื่อสนามกีฬากลางแจ้งโดยเฉพาะสมบูรณ์แบบในทุกมิติ โดยตั้งแต่ช่วงเช้าบรรยากาศรอบสนามศุภชลาศัยก็เริ่มคึกคัก แฟนเพลงทยอยเดินทางมาปักหลักกันตั้งแต่ประตูยังไม่เปิด เพื่อไปต่อคิวโซนขายสินค้าที่ระลึกของวง ที่คิวยาวตั้งแต่หัววัน ขณะที่อีกมุมหนึ่งก็เต็มไปด้วยแฟนๆ ที่จับกลุ่มถ่ายรูป เช็กอิน ก่อนที่ค่ำคืนที่ทุกคนรอคอยของ Three Man Down จะเริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ

 

ความสนุกเริ่มต้นตั้งแต่วินาทีแรกที่วงปรากฏตัว เปิดโชว์ด้วยเพลง ลึกลงไป และขอบคุณที่กลับมา ท่ามกลางเสียงไพโรและพลุที่จุดสนั่น ทั่วทั้งบริเวณสนามศุภฯ เป็นการประกาศศักดาความยิ่งใหญ่ใจกลางเมืองได้อย่างสมศักดิ์ศรี สิ่งที่น่าประทับใจที่สุดคือการที่วงเลือก “ไม่มีธีมมาครอบ ไม่มีกรอบมากำหนด” ทำให้คอนเสิร์ตในครั้งนี้เราได้เห็นตัวตนของ Three Man Down แบบเนื้อๆ เน้นๆ บรรเลงออกมาจากใจส่งตรงถึงแฟนเพลงกว่าหลายหมื่นคนของทั้ง 2 รอบการแสดง โดยตลอดทั้งโชว์อัดแน่นไปด้วยลิสต์เพลงฮิตและเพลงที่หาฟังยากที่วงอยากหยิบขึ้นมาร้องในโอกาสพิเศษนี้ ที่ทำเอาแฟนๆ ร้องตามกันอย่างกึกก้อง

 

อีกหนึ่งไฮไลต์สำคัญที่ทำเอาแฟนเพลงเซอร์ไพรส์แบบไม่พัก คือแขกรับเชิญมาสร้างสีสันอย่างต่อเนื่อง เริ่มต้นเดือดทะลุปรอท! เมื่อ แน็ป – ชนัทธา สายศิลา ปรากฏตัวในเพลง ขอโทษที่ติดต่อไป และ เพราะว่ารัก ก่อนจะส่งไม้ต่อให้ เดอะทอยส์ ที่มาพร้อมกีตาร์คู่ใจร่วมแจมในเพลง ก็แค่พูดมา และ นอนได้แล้ว เรียกเสียงกรี๊ดสนั่นสนามศุภฯความพิเศษยังไม่หมดเพียงเท่านั้น เพราะในพาร์ทต่อมา โอม-กิจฎิเมธ อดีตสมาชิกมือเบสของวง ได้ก้าวขึ้นเวทีมาเพื่อย้อนวันวานร่วมกับเพื่อนๆ ในเพลงฮิตอย่าง ฝนตกไหม, อยู่ในสาย, ทีมรอเธอ และ ฝันถึงแฟนเก่า สร้างความตื้นตันใจให้กับแฟนเพลงที่ติดตามวงมาอย่างยาวนาน ตามมาด้วยพลังความสดใสจาก ภีม-วสุพล สมาชิกวง T-POP สุดฮอต BUS because of you i shine ในเพลง เพื่อนสนิท และ แค่ไหนแค่นั้น ก่อนที่บรรยากาศจะเดือดถึงขีดสุดเมื่อเจ้าพ่อแรปเปอร์อย่างURBOYTJ กระโดดขึ้นมาปลุกพลังในเพลง น้อง และ เป็นได้ทุกอย่าง แต่จุดพีคที่ทำเอาสนามศุภฯ แทบแตก เมื่อ กิต พูดถึงเพลง ทุกอย่างยังเหมือนเดิม ที่เคยร่วมร้องด้วยกันกับวง Cocktailกล้องก็ได้จับภาพสมาชิกทั้งวงที่มาให้กำลังใจรุ่นน้องอยู่ด้านล่าง งานนี้ทำเอาแฟนเพลงซึ้งไปตามๆกัน ก่อนที่ กิต จะร้องเพลง คุกเข่า ในเวอร์ชั่นของทรีแมนดาวน์ ปิดท้ายพาร์ทแขกรับเชิญกับ อีฟ whateve ที่มาร่วมร้องในเพลง ข้อยกเว้น , เพลงรัก และเพลง ข้างกัน เพลงฮิตที่ทุกคนร้องตามกันได้ทั้งสนาม และอีกหนึ่งเพลงพิเศษ ชาตินี้ ที่ถูกถ่ายทอดผ่านเสียงเปียโนนุ่มลึกโดย เส็ง เพราะเพลงนี้ไม่เคยถูกเล่นในเวทีใหญ่แบบนี้มาก่อน ทำให้กราฟความสนุกตลอดโชว์พุ่งทะยานต่อเนื่องไม่มีแผ่วแม้แต่นาทีเดียว

 

โดยแต่ละพาร์ทของโชว์มีการดีไซน์และบอกเล่าเรื่องราวผ่าน โปรดักชั่น สร้างมิติได้อย่างตระการตา ผ่านเทคนิคพิเศษ การใช้ Laser ยิ่งสู่ท้องฟ้า หรือแม้แต่การใช้ Light & Soundเสียงฟ้าร้องฟ้าฝ่าในซีนเพลง ฝนตกไหม และ ใช้ฝูงบินโดรน บินขึ้นเหนือสนามศุภชลาศัย สร้างดาวเต็มท้องฟ้ากลายเป็นโมเมนต์สุดประทับใจสะกดทุกสายตาคนดู ในเพลง ฝันถึงแฟนเก่า ช่วงท้ายของคอนเสิร์ต บรรยากาศในสเตเดียมถูกโอบล้อมไปด้วยความสนุกผ่านบทเพลงฮิตที่ทุกคนรอคอย วันเกิดฉันปีนี้ , ยอมถอย , ทางออก , ถ้าเธอรักฉันจริง และ รักใครไม่ไหว ปิดท้ายค่ำคืนพิเศษนี้ ก่อนที่ไฟบนเวทีจะดับลง วงได้ทำการประกาศหมุดหมายสำคัญสู่ก้าวต่อไป ด้วยการประกาศคอนเสิร์ตใหญ่ครั้งหน้าที่จะเกิดขึ้น ณ “ราชมังคลากีฬาสถาน” สนามกีฬาที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย ซึ่งถือเป็นความฝันของศิลปินไทยหลายๆ วง

 

คอนเสิร์ตใหญ่ในครั้งนี้ “Three Man Down Live at สนามศุภชลาศัย” เป็นช่วงเวลาที่พิสูจน์ให้เห็นอย่างประจักษ์ชัดอย่างที่วงตั้งใจไว้คือ “หน้าที่ของพวกเราคือทำให้ทุกคนที่เรารักและรักเรา มีความสุขที่สุดในคืนนั้น” ทุกรอยยิ้ม และหยาดน้ำตาของแฟนเพลงที่ร่วมร้องไปพร้อมกัน คือเครื่องยืนยันชั้นดีว่า Three Man Down ได้เติบโตขึ้นไปอีกขั้นอย่างสง่างาม บนวิถีของตัวเองที่ไม่มีกรอบใดมาขวางกั้น และสนามศุภชลาศัยแห่งนี้ก็ได้กลายเป็นพื้นที่แห่งความทรงจำที่สวยงามและยิ่งใหญ่ที่สุดอีกหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์การเดินทางของวงไปเรียบร้อยแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#ThreeManDownLiveAtSuphachalasai

#ThreeManDown #GeneLab

#IdeaFact#GMMShow #GMMMusic

#FlexConnect #Flex1045

 

Related Post

กลับมาระเบิดความมันส์ตามคำเรียกร้องกันอีกครั้ง กับ #คอนเสิร์ตที่มันส์ที่สุดแห่งปี 💥LEO SUPREME Presents Flex Aqua Fest 2025 Read more

หลังจากปล่อยอัลบั้มเต็มไปได้ไม่นาน ล่าสุดเมื่อวันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม ที่ผ่านมา ณ ลานหน้า Lido Connect WANYAi Read more

แจ๊ค แฟนฉัน

เกิดดราม่าขึ้นจนได้ เมื่อ แจ๊ค แฟนฉัน นำเสื้อของ มดดำ คชาภา มาไลฟ์ขาย พร้อมกับบอกว่า "อย่าไปบอกเค้านะ"

27/11/2025 PERSES เปิดประตูสู่โลกใหม่ โชว์พลังสุดเดือดในคอนเสิร์ตใหญ่ THE FIRST CONCERT ‘INTO THE ALTERLAND’

PERSES เปิดประตูสู่โลกใหม่ โชว์พลังสุดเดือดในคอนเสิร์ตใหญ่ THE FIRST CONCERT ‘INTO THE ALTERLAND’

 

PERSES เปิดประตูสู่โลกใหม่ โชว์พลังสุดเดือดในคอนเสิร์ตใหญ่ THE FIRST CONCERT ‘INTO THE ALTERLAND’

 

ฟินกันไปแล้ว สำหรับคอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบครั้งแรกของ 5 หนุ่ม PERSES ที่ประกอบไปด้วย จั๋ง–วิกร บูรณภิญโญ, เน–ณรัณ วิกัยรุ่งโรจน์, กฤติน–กฤติน สอสูงเนิน, ปาล์ม–พีรวิชญ์ พินธะ และ ปลั๊กกี้–ธรากร คำสิงห์  บอยกรุ๊ปสุดฮอตจากค่าย G’NEST ในเครือ GMM MUSIC ได้สานต่อความฝันจากวันที่ยังเป็นเด็กที่อยากก้าวขึ้นมาเป็นศิลปิน ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา PERSES ได้สร้างผลงานต่าง ๆ มากมาย จนในวันนี้พวกเขาได้สร้างปรากฏการณ์ครั้งใหม่ กับคอนเสิร์ต PERSES THE FIRST CONCERT ‘INTO THE ALTERLAND’ ท่ามกลางกระแสตอบรับสุดร้อนแรง เมื่อเหล่า PIECES (พีซเซส : ชื่อแฟนคลับวง PERSES) แห่จับจองที่นั่งจนบัตร Sold Out อย่างรวดเร็ว งานนี้ทั้ง 5 หนุ่มทุ่มเต็มร้อย    จัดหนักทุกโชว์ ทั้งร้อง ทั้งเต้น ทั้งเอนเตอร์เทน พร้อมโปรดักชันระดับจัดเต็ม แสงสีเสียง ที่พาทุกคนก้าวข้ามประตูเข้าสู่ ALTERLAND ดินแดนของ PERSES เมื่อวันเสาร์ที่ 22 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ ธันเดอร์โดม เมืองทองธานี จัดโดย IDEA FACT ภายใต้ GMM SHOW ผู้จัดงานมืออาชีพที่ยกมาตรฐานความอลังการขึ้นอีกขั้น ทำให้คอนเสิร์ตครั้งนี้เต็มอิ่ม ประทับใจ ครบรสทุกโมเมนต์

 

 

Myจากนั้นเข้าสู่พาร์ทเดี่ยว 5 โชว์ 5 สไตล์ ที่เรียกได้ว่าเป็นบทพิสูจน์ศักยภาพของทั้ง 5 สมาชิกอย่างแท้จริง เริ่มจาก ปลั๊กกี้ ที่ปรากฏตัวพร้อมเพลง Sport Car พร้อมโชว์ลีลาการเต้นเอวหวานสุดร้อนแรงที่พลิ้วเป็นเอกลักษณ์ สนุกสะกดสายตาทุกวินาที ต่อด้วย กฤติน ที่พลิกอารมณ์ทั้งฮอลล์ให้สงบนิ่งราวถูกสะกดด้วยเพลง งานเต้นรำในคืนพระจันทร์เต็มดวง น้ำเสียงนุ่มลึกที่พาให้คนดูซึมซับทุกตัวโน้ต ซึ่งทำเอาแฟน ๆ ตะลึงกันเลยทีเดียว สตั๊นกันต่อในโชว์ของ ปาล์ม กับเพลง Birthday คือหนึ่งในโมเมนต์ที่ทำให้ทั้งฮอลล์เหมือนถูกหยุดเวลา เสน่ห์ของเขาถ่ายทอดผ่านทั้งสายตา การควบคุมจังหวะ และน้ำหนักการเต้นที่แม่นยำจนผู้ชมแทบไม่กะพริบ ยิ่งเมื่อ ปลั๊กกี้ ก้าวขึ้นมาร่วมสเตจ ความดุของเพอร์ฟอร์มานซ์ก็ถูกยกระดับทันที การประสานกันอย่างเป๊ะของทั้งคู่ ทั้งลีลาการเต้น มูฟเมนต์ และพลังบนเวที ทำให้โชว์นี้ดูสมบูรณ์แบบอย่างมีมิติ ส่วน เน ก็โปรยเสน่ห์ชวนกรี๊ดสลบไปกับโมเมนต์ที่เกือบหยุดหายใจด้วยลุคสุดเท่ พร้อมโชว์สกิลการร้องแบบจัดเต็มในเพลง นักเลงเก่า ที่แฟน ๆ กรี๊ดหนักมากกับโชว์ที่ไม่เคยเห็นเนในมุมนี้ และปิดท้ายด้วย จั๋ง ที่โชว์ศักยภาพการร้องสุดพลังในเพลง Mommae พร้อมจัดเต็มสเตปแดนซ์ แถมทำให้ใจเต้นรัว ๆ ด้วยการถอดเสื้อโชว์ซิกแพคแน่น ๆ ที่ทำเอาฮอลล์แทบลุกเป็นไฟ ก่อนจะตอกย้ำความสามารถอีกด้านด้วยการตีกลองที่ทั้งหนักแน่นและแม่นยำ เรียกเสียงกรี๊ดจนฮอลล์สั่นสะเทือน ซึ่งทันทีที่พาร์เดี่ยวจบลง ปาล์ม–กฤติน–ปลั๊กกี้ เสิร์ฟความฟินต่อเนื่อง ในเพลง Feeling Good ที่เปิดด้วยลีลาแท็ปแดนซ์ที่เฉียบคมสะกดทุกสายตาของปาล์ม ขณะที่กฤตินและปลั๊กกี้โชว์พลังเสียงที่ถ่ายทอดออกมาได้ลึกถึงอารมณ์ที่พุ่งตรงถึงคนดู ก่อนส่งต่อให้ จั๋ง และ เน ในเพลง Blueprint Supreme ที่ทั้งคู่งัดทุกสกิลออกมาอย่างไม่มีกั๊ก ทั้งร้อง ทั้งเต้น ทั้งการเพอร์ฟอร์มบนเวที ที่ทำให้โชว์นี้เต็มไปด้วยความเฟอร์เฟกต์

 

จากนั้นเปลี่ยนอารมณ์ด้วย 2 เพลงเข้าสู่ช่วงซึ้งกินใจในเพลง อย่าฝืน และ คนใกล้ที่คิดไกล ก่อนจะพาความสนุกกลับมาอีกครั้งกับเพลงใหม่ KITTY SWAG พร้อมท่าเต้นอย่างท่าหูแมวและท่าแมวอ้อน ที่ทั้งน่ารักและกวนในเวลาเดียวกัน และชวนให้โยกตามไปด้วยกันในเพลง ONE SHOT และแล้วก็มาถึงหนึ่งพาร์ทที่สร้างความประทับใจสูงสุด นั่นคือช่วง Lucky Fan ที่ PERSES ได้สุ่มเลือกผู้โชคดีเพียงหนึ่งเดียวขึ้นมาบนเวที ซึ่งผู้โชคดีในครั้งนี้เป็นแฟนคลับชาวสิงคโปร์ที่บินมาชมคอนเสิร์ตโดยเฉพาะ เรียกว่าในพาร์ทนี้ 5 หนุ่ม PERSES เสิร์ฟความสุข รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะให้กับแฟนคลับผู้โชคดีแบบจัดเต็ม แถมยังร้องเพลง รักแท้ ทำให้พาร์ทนี้กลายเป็นอีกโมเมนต์ที่มีความหมายมาก และตามด้วยเพลงความหมายดีอย่าง ถ้าเราเจอกันอีก เพลงที่ PERSES ตั้งใจร้องให้แฟน ๆ เพื่อบอกว่าช่วงเวลาของเรายังคงมีความหมายเหมือนเดิมเสมอ ทำให้ทั้งฮอลล์อบอวลไปด้วยความอบอุ่นสุดซึ้ง จากนั้นลุยกันต่อแบบไม่มีจังหวะให้หยุดพักหายใจ ไปกับเมดเลย์เพลงสนุก ๆ ไม่ว่าจะเป็น ห้ามขยับ จับนะ และ หัวไหล่ตูด ที่บอกได้คำเดียวว่าสนุกแบบสุดเหวี่ยงจริง ๆ เอเนอจี้ของ 5 หนุ่ม PERSES ไม่มีแผ่วแม้แต่วินาที พวกเขาสร้างเซอร์ไพรส์ด้วยการเดินลงจากเวทีไปหาแฟน ๆ ทั่วทั้งฮอลล์ในเพลง น่ารักน้อยลงหน่อย สร้างโมเมนต์ใกล้ชิดสุดประทับใจ

 

เรียกได้ว่า PERSES THE FIRST CONCERT ‘INTO THE ALTERLAND’ คอนเสิร์ตใหญ่เต็มรูปแบบครั้งแรกของ PERSES เต็มอิ่มทุกอารมณ์ สมกับการรอคอยของเหล่าแฟนคลับ รวมถึงได้เห็นศักยภาพของทั้ง 5 หนุ่ม ที่พัฒนาตัวเองอย่างต่อเนื่อง โดยมีแฟนคลับคอยซัพพอร์ตผลงานและได้มาอยู่ร่วมกันในวันสำคัญที่มีความหมาย ทำเอา PERSES ซึ้งใจไปกับความรักที่แฟน ๆ มอบให้ โดยทั้ง 5 หนุ่มได้พูดความใจเพื่อขอบคุณเหล่า PIECES ที่เป็นชิ้นส่วนสำคัญทำให้ PERSES เดินทางมาได้ถึงวันนี้ จนกลั้นน้ำตาของความซึ้งและความสุขเอาไว้ไม่อยู่ ถึงกับปล่อยโฮกันบนเวที และทำเอาร้องหนักไปอีกเมื่อได้เห็นโปรเจกต์เซอร์ไพรส์จากแฟน ๆ ยิ่งทำให้เป็นโมเมนต์ที่มีค่า และเป็นวันที่ทั้ง 5 หนุ่มภาคภูมิใจในอีกหนึ่งก้าวของความสำเร็จ สามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทุกแพลตฟอร์มของ PERSES, G’NEST และ GMM SHOW

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

#PERSESIntoTheAlterland

#PERSES #PERSES_TH #GNEST

#IdeaFact #GMMSHOW

#FlexConnect #Flex1045

Related Post

แฟน ๆ รับแรงกระแทกไปแบบเต็ม ๆ สำหรับคอนเสิร์ตเดี่ยวเต็มรูปแบบ “BOUNCY BOUN CONCERT” ของศิลปินสุดฮอต “บุ๋น Read more

เจมส์ ธีรดนย์ สุดเศร้า เล่าความในใจ หลังสูญเสียคุณยายอันเป็นที่รัก

“JEEP” ผู้บริหารค่ายเพลง LOVEiS ที่หลงใหลในเสียงดนตรี ได้กลับมาปล่อยซิงเกิลอีกครั้ง โดยครั้งนี้เป็นการนำเสนอเพลงที่เข้าใจและเข้าถึงง่ายมากขึ้นกว่าครั้งก่อน ซึ่งได้ “Pat Vorapat และ Read more